anny's profileanna's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 11

    รักเเท้

    สัญญาณคู่แท้
    1. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อโผล่มา
    2. เวลามองหน้ากันใจจะเหมือนโดนอารายบางอย่างสะกดจิต
    3.เวลาเราอยากได้ใครสักคนมาเป็นเพื่อนเค้าก้อจะโผล่มาพอดี
    4.ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อน แต่นึกไม่ออกว่าใคร
    5.เวลาอยู่กับเค้าเราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดีที่สุด

    หัวใจ ... ทําไมถึงเอียงซ้าย?

    เ ร า ใ ส่ น า ฬิ ก า มื อ ซ้ า ย



        ที่ ใ ส่ มื อ ซ้ า ย เ พ ร า ะ ถ นั ด ข ว า



        ย ก มื อ ซ้ า ย ขึ้ น ม า ดู เ ว ล า ไ ด้ ง่ า ย



        แ ต่ ถึ ง มี น า ฬิ ก า เ ร า ก็ ช อ บ ไ ป ส า ย อ ยู่ ดี



        น า ฬิ ก า ก็ แ ค่ บ อ ก เ ว ล า . . ไ ม่ ไ ด้ ทำ ใ ห้



    เ ร า ไ ป เ ร็ ว ขึ้ น



        คิ ด ดู แ ล้ ว . .



        หั ว ใ จ ก็ อ ยู่ ท า ง ซ้ า ย เ ห มื อ น กั น ก า ย ที่



    มี 2 ชิ้ น



        บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด น ะ . . ว่ า อ วั ย ว ะ ใ น ร่ า ง ก า ย



        จ ะ อ ยู่ ซ้ า ย - ข ว า อ ย่ า ง



        แ ข น , ข า , ลู ก ก ะ ต า ทำ น อ ง นั้ น . . .



        แ ล้ ว ที่ มี ชิ้ น เ ดี ย ว . . . ก็ แ ส ด ง ค ว า ม โ ด ดข อ ง มั น



        อ ย่ า ง จ มู ก , ส ะ ดื อ ก็ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง . . ป ร ะ ม า ณ นั้ น



        แ ล้ ว ทำ ไ ม . . หั ว ใ จ ถึ ง เ อี ย ง ซ้ า ย ล่ ะ ? ?



        บ า ง ที เ ร า ก็ คิ ด ว่ า . . ที่ เ ป็ น งั้ น ก็ เ พ ร า ะ



        ใ ค ร บ า ง ค น อ ย า ก เ ตื อ น ใ ห้ เ ร า รู้ ว่ า . . .



        หั ว ใ จ เ ร า ไ ม่ ห นั ก แ น่ น พ อ จ ะ อ ยู่ ต ร ง ก ล า ง



        แ ล้ ว ก็ ไ ม่ มี ม า ก พ อ จ ะ แ บ่ ง เ ป็ น ส อ ง ด้ ว ย เ ห มื อ น กั น

    ถึงเพื่อนๆทุกคน

    ความคิดสมัย ป.1
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ     แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
     
    ความคิดสมัย ป.2
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
     
    ความคิดสมัย ป.3
    เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ  เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
     
    ความคิดสมัย ป.4
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศเมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับกิ๊กจอมลามก
     
    ความคิดสมัยป.5
    เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
     
    ความคิดสมัย ป.6
    เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก  เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ  เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
     
    ความคิดสมัย ม.1
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
     
    ความคิดสมัย ม.2
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่มและไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
     
    ความคิดสมัย ม.3
    เพื่อนที่ดีคือคนที่เปนที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คุณและอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
     
    ความคิดสมัยม.4 คือ
    คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียนเพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
     
    ความคิดสมัย ม.5
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
    ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา  แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
     
    ความคิดตอน ม.6
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
    แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
    ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ ในใจ
    แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
     
    หน้าร้อนหลังจบ ม.6
    เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
    ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
    ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก
    ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
    แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัวพร้อมกับความทรงจำ
     
    18 ปีที่ผ่านมา...... ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18ปีที่ผ่านมา
     
    และตอนนี้ เพื่อนที่ดี  ....   ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ     จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
     
    ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
     
    คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
     
    ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
     
    อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพักเพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
     
    ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย
     
    ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
     
    ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ คุณส่งความรู้สึกนี้ 
    ให้เพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่
    และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย? ยังมีต่ออีกนะ)
     
    ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน   หรือเรากลายเป็นอะไร
    จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น   ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์  หรือส่งข้อความ
     
    เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
    คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
    ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน  และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
     
    ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
     
    จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด    สิ่งที่คุณหมายถึง
     
    อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
     
    ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
     
    คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
     
    สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ   
    กับเพื่อนและครอบครัว
     
    สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้  บอกความรู้สึกซะ
    ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
     
     
     

     


    ธรรมะสมัยใหม่ ของวัยรุ่น


    1.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่
    เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้ 
    2. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม
    เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด 
    3. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ
    เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง 

    4. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก
    เเต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ 
     5. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราชอกช้ำ
    เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ
    6.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย
    เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว
    7.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา
    เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ 
    8. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ
    เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง 
    9. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย
    เเต่ถ้าฟังนัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร
    10.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน
    เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป 
    11. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้
    เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา
    12.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน
    เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล่
    13.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ
    เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่
    14.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์
    บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ
    15.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน
    เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท
    16.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม
    เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม
    17.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด
    เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง
    18.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส
    เเต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง 
    19. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง
    เเต่ถ้าฟังอาหรั่ง จะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร 
    20.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา เเต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า
    ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ 
    21. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์
    เเล้วเธอจะรู้สึก!!
    22.ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เปลืองเเรง เเต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องเเสง จะเปลืองเเรง

    เพราะมีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คใครโทรมา 
    23. ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี เเต่ถ้าฟังเเอน สุชาวดี
    มักจะติดร.วิชาลืม 

                                                                              ***คติ*** 
     
                 ไม่มีใคร!! มีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ เพราะ..... คนที่มีค่าพอสำหรับคุณนั้น
    ย่อมไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด....

    หน้าที่ของอวัยวะต่างๆ

    หน้าผาก = อวัยวะที่ใช้ประกอบกับเท้าเวลามีทุกข์ เช่นนอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก

    ผม = เรียกอีกอย่างว่า "ขนหัว" ใช้แสดงอาการตกใจมากๆ เช่น ขนหัวลุก

    ตา = อวัยวะที่ใช้ในการมอง จะมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อเห็นใครได้ดี

    หู = อวัยวะที่ใช้ในการฟัง ส่วนมากจะมีน้ำหนักเบา จึงก่อให้เกิดเรื่องขึ้นบ่อยๆ

    ปาก = อวัยวะที่ใช้พูด ส่วนมากจะอยู่ไม่ตรงกับใจ

    คอ = อวัยวะที่เชื่อมระหว่างตัวและหัว เป็นอวัยวะที่คอยหันหาคนอื่น

    ก้านคอ = อวัยวะที่คอยรับแข้งคนอื่น

    ไหล่ = อวัยวะที่คู่กับบ่า เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ มีไว้ให้คนเหงาใจหรือเศร้าใจซบโดยเฉพาะ

    บ่า = อวัยวะที่คู่กับไหล่ เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ อาชีพจับกังมีไว้แบกข้าวสาร (ส่วนถนนข้าวสาร จับกังไม่เกี่ยว)

    หัวใจ = อวัยวะสูบฉีดเลือดและฟอกเลือดให้กับร่างกาย มีไว้ให้แสดงความรักและเก็บรักไว้

    ปอด = อวัยวะที่รับอากาศมาส่งหัวใจ บางครั้งใช้แสดงระดับความกล้าหาญ

    หน้าอก = อวัยวะที่รองรับเรื่องหนัก อาทิเรื่องหนักอก ซึ่งผู้หญิงจะหนักกว่าผู้ชาย

    นม = อวัยวะที่บ่งบอกภาระการรับน้ำหนักของอก ผู้หญิงมีไว้บริการนมให้บุตร ผู้ชายถึงมีก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ก็ไขว่คว้าอยากได้มาเชยชม...

    ศอก = ข้อต่อระหว่างแขนและข้อมือ มีไว้เป็นอาวุธประจำกาย และรองน้ำ สำหรับบรรดาภรรยาน้อย ไม่เป็นที่แนะนำสำหรับสาวๆ มันอันตราย

    มือ = เป็นอวัยวะปลายสุดของแขน มีนิ้วเป็นส่วนประกอบ นิยมใช้เงินยกเห็นกันมากในสภา

    กำปั้น = เป็นอวัยวะชิ้นเดียวกับมือ แต่เปลี่ยนรูปเป็นอาวุธ นิยมใช้ตัดสินปัญหา ในกรณีที่ไม่ได้ใช้สมองแก้ปัญหา

    ตัว = เป็นชิ้นส่วนใหญ่ของร่างกายให้อวัยวะอื่นได้พักพิง จะลืมกันมากเวลาได้ดี

    สะดือ = เป็นอวัยวะที่ใช้เชื่อมต่อกับแม่ยามอยู่ในครรภ์ เมื่อโตขึ้นใช้วัดระดับความสุภาพ ถ้าต่ำกว่านี้ทะลึ่ง!!

    ขาอ่อน = เป็นอวัยวะเชื่อมต่อจากสะโพกลงมา นิยมใช้ในการประกวด เพราะเห็นได้เด่นชัดกว่าสมอง

    หัวเข่า = ข้อต่อระหว่างขาและหน้าแข้ง เป็นอาวุธประจำกาย ผู้หญิงใช้โจมตี ..จุดอ่อนผู้ชาย และบางคนใช้ซับน้ำตาเวลาเศร้า นิยมมากสำหรับคนหลงรักชาวบ้าน

    แข้ง = อวัยวะที่ถัดมาจากเข่า นิยมใช้พาดก้านคอ...

    น่อง = อวัยวะที่อยู่ด้านหลังของแข้ง ใช้วัดระดับความแข็งแรงของขา และวัดความกร้านชีวิต

    ขนหน้าแข้ง = อวัยวะที่วัดระดับของฐานะ ยิ่งรวยมากขนหน้าแข้งจะร่วงน้อย

    เท้า = เป็นอวัยวะที่ใช้ยืน บางครั้งใช้ก่ายหน้าผาก หรือเป็นอวัยวะที่ใช้ผลัก ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า "ยัน"

    คำว่าเพื่อน

    วันที่แดดจ้า...เราจึงเห็นความงามของท้องฟ้า.... และ..ทะเล

    เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม...

     
     
     
      ...ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ  
     
     
     
     
     
     
    และจะเป็นเช่นนั้น...เสมอ

                ถนนสายนั้นที่ทอดยาว...  

          .....คือเรื่องราวของความเป็นจริง  
          มีเงาไม้เอาไว้ให้พักพิง...    
            ... มีให้เธอเอาไว้ยามอ่อนล้า  
            เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม..  
          ...เห็นเงาของเมฆ .... หรือเปล่า  
            ทะเลสีคราม..ที่ทอดยาว  
          ...เห็นความรักฉัน...บ้างไหม  
       
    Thank you ......



           If You miss me!!!!!!   Close your eyes......  

    And Feel the wind around you..And-> I will be there..

    เพื่อน คือ คนแรกที่ทำให้เรารู้จักผู้อื่น

    เพื่อน..คือคนแปลกหน้าคนแรก...ที่ทำให้เรารู้จักความรัก

    นอกเหนือจากคนในครอบครัว..ที่เรารักกันมาตั้งแต่เกิด

    เพื่อน..โผล่หัวมาตอนโต...เป็นใครไม่รู้..แล้วจู่ๆ

    วันหนึ่งเราก็รักมันได้

    ฉันมองความรักเพื่อน..เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง

    แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยนะ..เพื่อน..จะรักกันแบบพอดีๆ

    ไม่หวง..ไม่หึง.ไม่ต้องการอะไรตอบแทน..เรารักกันสบายๆ

    มีปัญหาปรึกษากัน.มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน..

    มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน

    แต่ในขณะเดียวกันต่างคนต่างก็มีโลกเป็นของตัวเอง

    เธอมีแฟนฉันไม่ว่า..เธอสนุกของเธอไป..

    เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน

    ไม่ต้องมาเจอกัน...ก็ยังห่วงกัน..ยังคิดถึงกัน

    ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ

    ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว..เชื่อเถอะว่า..

    ไม่ว่าเราจะห่างกันอย่างไร..

    เราจะคิดถึงกัน

    และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน..

    เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่..

    ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่..ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้...

    มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

    คนบางคนบอกว่า..คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง..

    แต่คุยกับแฟน..กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง

    นี่แหละ..ที่มันเป็นความรักที่ประหลาด...แต่งดงาม

    มันมีความเข้าใจ.. ไว้ใจ ..เชื่อใจ..ในจุดสมดุล

    .....

    RUK NA

    June 08

    365วันกับความรัก

    365วันกับความรัก

             เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร?

    ..วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำ จนล้นกระถาง..

    ..วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู

    ..วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ

    ..วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด

    ...วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม! ่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก..

    ..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก

    ...วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น

    ..วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง

    ..วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ

    ..วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง

    ..วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง
    เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะรัยต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด
    เธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด

    ..วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!!
    ..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย......

    ** คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะรัย **

    เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก เธอเรียนรู้ว่า

    // เมื่อเธอรดน้ำมากๆไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง
    // การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป
    // การรอคอยเมื่อครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่นานเข้าจะกลายเป็นความท้อแท้และเบื่อหน่าย
    // ถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้
    // ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
    // การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น

    ** คุณล่ะใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในความรัก "ความรัก" ไม่มีข้อปฏิบัติที่ตายตัว แต่ละคนจึงต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ตามวิธีที่แตกต่างกัน....

    May 07

    ไม่รู้ว่าอย่างนี้เขาเรียกว่าใช่รักรึเปล่า ?

                    เขาไม่รู้ซิว่าตอนนี้เขาได้รักผู้ชายคนหนึ่งรึเปล่าแต่สิ่งเดียวที่เขารู้ตอนนี้ไม่รู้ทำไมเวลาที่เขาได้คุยกับผู้ชายคนนั้นเขาถึงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แสนอบอุ่นจากเขาแต่เขาก็ต้องห้ามใจตัวเองเพราะเขายังไม่แน่ใจเลยว่าผู้ชายคนนั้นเขารักเขาจริงรึเปล่าเพราะบางครั้งการกระทำของเขาบางทีเราก็รู้สึกว่ามันเหมือนขัดๆๆกับการกระทำของเขายังไงไม่รู้อ่ะมันก็เลยทำให้เราไม่แน่ใจอ่ะว่าความรักของเขาคืออะรัยกันแน่เขารักเรารึเปล่าที่ผ่านมาเรียกว่าอะรัยระหว่างเราช่วยบอกเขาทีเขาไม่อยากต้องทนอยู่กับความฝันและเข้าข้างตัวเองว่าเขารักตัวเองข้างเดียวคิดแค่คนเดียวโดยที่ๆผ่านมาตัวเองไม่เคยรักเขาเลยช่วยบอกหรือทำอะรัยที่ช่วยให้เขามั่นใจมากกว่านี้หน่อยได้ไหมว่าตัวเองรักเขา    
     
    April 17

    ความแตกต่างระหว่าง "รัก" กะ "ชอบ"

    ความแตกต่างระหว่าง "รัก" กะ "ชอบ"

    ต่อหน้าคนที่คุณรักหัวใจคุณเต้นรัว
    ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณรุ้สึกมีความสุข

    ต่อหน้าคนที่คุณรักฤดูหนาวเปนเมือนฤดูใบไม้ผลิ
    ต่อหน้าคนที่คุณชอบฤดูหนาวเปนฤดูหนาวที่งดงาม

    ถ้าคุณจ้องหน้าคนที่คุนรักคุนจะหน้าแดง
    ถ้าคุณจ้องตาคนที่คุณชอบคุนจะยิ้มออกมา

    ต่อหน้าคนที่คุณรักคุณไม่สามารถพูดทุกสิ่งในใจคุณได้
    ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณทำได้

    ต่อหน้าคนที่คุณรักคุณจะเขินอาย
    ต่อหน้าคนที่คุณชอบคุณเปิดเผยความเปนคุณได้

    คนที่คุณรักมักเข้ามาอยุ่ในใจคุณทุก2นาที
    คนที่คุณชอบจะเข้ามาอยู่ในใจเวลาที่คุณเหงา

    คุนไม่สามารถสบตาคนที่คุณรักตรงๆได้
    แต่คุณยิ้มและสบตาคนที่คุณชอบตรงๆได้

    เมื่อคนที่คุณรักร้องไห้คุณจะร้องไห้ไปกับเขา
    แต่เมื่อคนที่คุณชอบร้องไห้คุณจะปลอบเขา

    ความรุ้สึกรักเริ่มต้นจากดวงตา
    ความรุ้สึกชอบเริ่มต้นที่หู

    ...ฉะนั้นถ้าคุณจะเลิกชอบคนที่คุณชอบก้แค่ปิดหูของคุณเท่านั้นก็พอ
    แต่ถ้าคุณพยายามจะปิดตา รักจะกลายเป็นนํ้าตา
    และเมื่อคุณเปิดตาขึ้นอีกครั้ง
    .... คุนก็จะได้รุ้ว่า สิ่งที่คุณเสียไปคือคนที่คุณรักมากที่สุด

     

    April 13

    14 ปรัชญารัก

    You may only be one person to the world
    but you may also be the world to one person
    คุณอาจจะเป็นแค่ "คนๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้
    แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้


    A man overtime falls in love with woman he is attracted to ,
    and a woman overtime become more attracted to the man she loves.
    ผู้ชายมักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก

    Friendship is love minus sex and plus reason
    LOVE is friendship plus sex and minus reason.
    มิตรภาพคือ ความรักลบด้วยเซ็กซ์ และบวกเอาเหตุผลเพิ่มเข้าไป
    ส่วนรักคือ มิตรภาพบวกด้วยเซ็กซ์ และลบเอาเหตุผลออก

    To love is nothing. To be loved is something.
    To love and be loved is everything!!!!
    การได้รักเป็นเรื่องขี้ผง การถูกรักเป็น "บางอย่าง" ทีเดียว
    ส่วนการได้รักและการถูกรักเป็นทุกอย่าง (ว้าว)

    Don't marry a person you can live with,
    marry somebody you can't live without.
    จงอย่าแต่งงานกับคนที่คุณ "อยู่ด้วยได้"
    จงแต่งงานกับคนที่คุณ "ขาดไม่ได้"

    You know when you love someone when you want them to be happy
    even if their happiness means that you"re not of it.
    คุณรู้ว่า คุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข
    แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายถึง การที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน

    Love looks not with eyes, but with the mind.
    ความรักนั้น เห็นไม่ได้ด้วยตา แต่ด้วยใจ

    Love is like standing in the wet cement.
    The longer you stay, the harder it is to leave.
    And you can never go without leaving your shoes behind.
    ความรักก็เหมือนซีเมนต์เปียกๆ ยิ่งคุณอยู่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งติดหนึบ
    จากไปไม่ได้เท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย
    โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้ข้างหลัง

    If you love someone tell them don't wait or also
    you will lose the chance.
    ถ้าคุณรักใคร บอกเค้าซะ อย่ารีรออยู่เลย ไม่งั้นคุณจะเสียโอกาสนะ..

    It only takes a second to say " I love you"
    but it will take a lifetime to show you how much.
    ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า" ฉันรักเธอ"
    แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร?

    The essential sadness is to go through life without loving.
    But it would be almost equally sad to leave this world
    without ever telling those you loved that you love them.
    ความเศร้าที่สำคัญคือการใช้ชีวิตโดยปราศจากความรัก
    แต่มันคงจะเศร้าพอๆ กัน ที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่า "คุณรักพวกเค้า"

    A man falls in love through his eyes,
    a woman through her ears.
    ผู้ชายตกหลุมรักทางตา แต่ผู้หญิงน่ะ ตกหลุมรักทางหู

    To love is to risk not being loved in return.
    To hope is to risk pain.
    To try is to risk failure, but risk must be taken,
    because the greatest hazard in life is to risk nothing.
    การที่ได้รัก คือการเสี่ยงว่าจะไม่ได้รับความรักเป็นการตอบแทน
    การตั้งความหวัง คือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด
    การพยายามคือการเสี่ยงกับความล้มเหลว
    แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่อันตราาย ที่สุดในชีวิตก็คือ การไม่เสี่ยงอะไรเลย

    When loving someone..
    never regret what you do..
    only regret what you didn't do.
    เวลารักใคร..อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณได้กระทำ
    จงเสียใจในสิ่งที่คุณไม่ได้กระทำ

    ต้นรัก และเวลา

    ชายหนุ่ม ณ เมือง เมืองหนึ่ง
    มีครอบครักซึ่งมีพร้อมทั้ง พ่อ แม่ และลูก
    ที่ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข
    แต่แล้ววันหนึ่งในเมืองก็มีสงครามเกิดขึ้น
    ทำให้เด็กน้อยในครอบครัวนั้นต้องพลัดพราก
    จากพ่อ แม่มาอยู่ในป่าแห่งหนึ่งซึ่งเป็นบ้านใหม่ของเขา ...


    เมื่อเวลาผ่านไปเด็กน้อยคนนั้นก็โตเป็นชายหนุ่ม
    เขาได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆมากมายภายในป่าแห่งนี้
    แต่เขากับพบว่าสิ่งที่เขาขาดไป ซึ่งก็คือความรัก

    ชายหนุ่มต้องการความรักเขาจึงปลูกต้นไม้ซึ่งหวังไว้ในใจ
    ว่าต้นไม้เหล่านั้นจะให้ความรักแก่เขาได้
    แต่สิ่งที่เขาได้นั้นไมี่มีอะไรนอกจากความผิดหวัง
    จนอยู่มาวันหนึ่งเขาได้พบต้นไม้ซึ่งก็คือต้นรัก
    และจะเป็นต้นสุดท้ายที่เขาจะปลูก
    เขานำเมล็ดจากต้นรักไปปลูก
    เฝ้าดูแลทุกวันเวลาผ่านไปเมล็ดก็ยังไม่งอก
    ชายหนุ่มจึงกลับไปที่ต้นรักและถามต้นรักว่า
    " ทำไมเมล็ดที่นำไปปลูกจึงยังไม่งอก "
    ต้นรักตอบว่า
    " เมล็ดจะงอกได้นอกจากกจใช้การดูแลเอาใจใส่แล้วยังมีอีกอย่างซึ่งก็คือเวลา "
    หลังจากนั้นเขาก็กลับไปคอยดูแลเอาใจใส่
    และขณะเดียวกับเองชายหนุ่มก็ให้หญิงสาวคนหนึ่งช่วยดูแลเมล็ดต้นรักหญิง
    สาวก็ดูแลเอาใจใส่ทุกวัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมล็ดก็ยังไม่งอก
    ทำให้ชายหนุ่มเริ่มท้อแท้เขาคิดที่จะไปจากต้นรักหลายครั้ง
    แต่พอเขาจะไปก็คิดได้ว่า
    ถ้าเขาไม่อดทนที่จะให้ความรักและรอเวลาเมล็ดก็จะไม่งอกให้ความรักแก่เขา
    เขาจึงอดทนต่อไปเพื่อรอคอยว่าสักวันเมล็ดจะงอกขึ้น
    แต่เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าเมล็ดคงไม่อาจจะงอกได้
    และเขาก็เหลือเวลาที่จะอยู่ในป่าแห่งนี้เพื่อที่จะดูแลต้นรักกับเล็ดไม่มากแล้ว
    ได้แต่หลังว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่นั้นให้ความรักกับเมล็ด
    เผื่อว่าเมล็ดจะงอกให้ความรักติดตัวเขาไปหลังออกจากป่าแห่งนี้ไปแล้ว

    ในชีวิดคนบางคนอาจจะได้ความรักมากมายจากใครหลายๆ คน แต่ในขณะเดียวกับชีวิดของคนบางอาจที่จะยังขาดความรักซึ่งใครหลายๆคนมองข้ามไป

    ปรัญญาของความรัก

    ::: ชายและหญิงมีความสัมพันธ์ในสองด้าน…ความรักและความใคร่
    เสมือนวงกลมสองวงที่ซ้อนกันในบางส่วน :::

    บางส่วนของความใคร่ไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง…เป็นเซ็กส์เพียวๆ เป็นเสียวบริสุทธิ์… บางส่วนของความรักก็ไม่มีความใคร่มายุ่งเกี่ยว…เป็นรักแท้ๆ 100% เต็ม
    เวลาพูดถึงเซ็กส์ คนเราชอบเอาไปเปรียบกับไฟ…หากพูดถึงความรัก มักเปรียบเสมือนน้ำ เมื่อนึกถึงไฟ…เราจะรู้สึกได้ถึงความร้อน เดือดร้อน เผาผลาญ ทำลาย เชื่อมโยงต่อไปถึงความเสียหาย - แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้ไฟมีโทษมหันต์ ก็มีคุณอนันต์…หากโลกนี้ไม่มีไฟ…สรรพสิ่งทั้งหลายก็มิอาจดำรงชีพอยู่ได้
    เมื่อกล่าวถึงน้ำ…จิตใจผู้คนก็สัมผัสได้ถึงความสดชื่น ฉ่ำเย็น ผ่อนคลาย – แท้ที่จริง น้ำเองก็มีพลานุภาพในการทำลายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าไฟ…ก่อให้ความเสียหาย เกิดโทษจนถึงแก่ชีวิต
    ส่วนของความรักที่ซ้อนทับกับความใคร่…เรียกว่า "รักใคร่" (Erotic love) ก็น่าจะเหมือนน้ำร้อน ที่มีทั้งประโยชน์และโทษ…ถ้าจะดื่มกาแฟ กินก๋วยเตี๋ยว ก็ต้องอาศัยน้ำร้อน ที่ร้อนพอเหมาะแก่ความประสงค์…แต่น้ำร้อนถ้วยเดียวกัน เอาไปสาดใส่ผู้อื่น ก็เป็นโทษสมความประสงค์
    เซ็กส์หรือความใคร่ส่วนหนึ่งก็ไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย เช่น การข่มขืน การซื้อบริการทางเพศจาก "สมาชิกกลุ่มสตรีผู้เปิดพื้นที่ให้เช่าทำการ" ฯลฯ…เป็นการใช้ร่างกายของอีกฝ่าย เพื่อตอบสนองความกำหนัดของตนเท่านั้น ไร้ความผูกพันทางใจ ไม่ใยดีความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง… มุ่งหน้าสู่จุดหมายของตนเป็นหลัก
    วัยรุ่นผู้หญิงหลายคน ถูกเพื่อนชายล่อลวงด้วยคำหวานปานจะกลืนกิน…โดยไม่เคยรู้มาก่อนว่า กำลังตกเป็นเหยื่อของสมาชิกหน่วยล่าพรหมจรรย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี…
    ความรักหลายอย่างไม่จำเป็นต้องมีความใคร่เข้ามาเจือปนเลย เช่น รักธรรมชาติ ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก รักพี่น้อง…แพทย์พยาบาลดูแลผู้ป่วยด้วยความรัก ความเมตตา เอื้ออาทรและใส่ใจ…เป็นความรักที่คิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง ปรารถนาที่จะให้อีกฝ่ายมีความสุข

    ก็แล้วความรักกับความใคร่มาโยงใยก็เพื่อสิ่งใดเล่า…เหตุใดไม่ต่างคนต่างอยู่
    ความรักใคร่ของหญิงชาย จะตอนหนุ่มสาวเป็นแฟนกันหรือแต่งงานเป็นสามีภรรยากันก็ตาม ความรักและความใคร่จะผสานด้วยสูตรผสมในอัตราส่วนที่ลงตัว เป็นอำนาจเหนือสุดของธรรมชาติ ที่กำหนดให้ชายหญิงเกิดจิตผูกพันอย่างแน่นแฟ้น นำไปสู่การมีความสัมพันธ์ทางเพศ… ก่อเกิดบุตรหลาน เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ…พูดง่ายๆ ธรรมชาติต้องการให้มนุษย์สืบพันธุ์ จึงแบ่งแยกเป็นผู้ชาย และผู้หญิงในจำนวนพอๆกัน…ที่พูดนี้ไม่รวมพวกสมาชิก "กลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่าย"…
    ในสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ - สัตว์เซลล์เดียวทั้งหลายจะขยายพันธุ์ด้วยการแบ่งเซลล์จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่เป็นแปดเรื่อยๆไป…แต่เมื่อสิ่งมีชีวิตได้พัฒนามวลชีวิตซับซ้อนขึ้นจะแบ
    ่งเป็นเพศผู้-เพศเมีย เกสรตัวผู้-เกสรตัวเมีย เมื่อเป็นคนก็เป็นเพศหญิงและชาย จุดมุ่งหมายของธรรมชาติเป็นไป เพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์โดยแท้
    ในวัยเด็ก…เด็กหญิงและชายเล่นกัน สัมผัสเนื้อต้องตัวกัน กอดรัดจับเอวกัน ความรู้สึกเป็นเพียง "จั๊กจี้" สนุกสนาน เบิกบานด้วยเสียงหัวเราะแบบเด็กๆ
    ครั้นเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มวัยสาว สมองเติบโตมากขึ้น ต่อมใต้สมองเริ่มหลั่งฮอร์โมนบางตัว… ผลพวงของมันทำให้ความรู้สึก "จั๊กจี้" เปลี่ยนเป็นความรู้สึก "เสียวสยิว"…แปลกใหม่ ไม่เหมือนเดิม แต่น่าสนใจยิ่งนัก…เราเริ่มมองหน้ากันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เราเริ่มจับมือกันด้วยสายสัมผัส ที่โยงใยกระแสแห่งอารมณ์ที่เชื่อมจากใจสู่ใจ
    ไล่เลี่ยกันนั้น…ฮอร์โมนต้นเหตุตัวเดียวกันนั้น ก็เป็นตัวการสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสรีระทางกาย ในเด็กชาย เสียงห้าวขึ้น นมแตกพาน มีกล้ามเนื้อล่ำสัน รูปร่างสูงใหญ่…ในเด็กหญิง เริ่มสะโอดสะอง เบ่งบานเป็นทรวดทรงองค์เอว สะโพกผาย หน้าอกชูชัน เริ่มรักสวยรักงาม…ความมุ่งหมายของธรรมชาติ เพื่อสร้างแรงดึงดูดแก่เพศตรงข้าม กระตุ้นให้ติดตา ต้องใจ พัฒนาเป็นความเสน่หาต่อกันและกัน
    ในการสืบพันธุ์ด้วยระบบเพศ – เซลล์สืบพันธุ์ของเพศผู้กับเพศเมียต้องรวมตัวกัน แม้เกสรตัวผู้ยังโบยบินไปผสมกับเกสรตัวเมียในอีกดอกหนึ่ง…โดยมีหมู่ผึ้งภมรทำหน้าที่
    บุรุษไปรษณีย์
    เซลล์สืบพันธุ์ของชายและหญิงต้องผนวกตัวรวมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงเจริญเป็นตัวอ่อน ในครรภ์สตรีผู้เป็นมารดา
    ในการที่เซลล์สืบพันธุ์…ไข่ของผู้หญิงและเชื้ออสุจิของผู้ชายจะได้มีโอกาสพบปะกัน หญิงสาวและชายหนุ่มต้องมี กิจกรรม "เล่นเกมซ่อนเนื้อ" เพื่อปลดปล่อยเซลล์วัตถุดิบ จากเรือนร่างฝ่ายชายเข้าสู่เรือนกายของฝ่ายหญิงซึ่งมีขั้นตอนการผลิตเป็นระบบที่ได้ร
    ับออกแบบมาเป็นอย่างดี
    กิจกรรมทางเพศนี้ เมื่อลงมือกระทำแล้ว มันก่อให้เกิดความเหน็ดเหนื่อยและสิ้นเปลืองเวลาอย่างยิ่ง… ธรรมชาติรู้ว่าอะไรที่เหนื่อยและเสียเวลา มนุษย์ไม่อยากทำเพราะชอบอยู่สบายๆ ดีกว่า… จึงต้องสร้างความรู้สึกสุขเสียวมาเป็นค่าจ้างแรงงานเพื่อให้มีกิจกรรมดังกล่าว…ท่านพ
    ุทธทาสจึงกล่าวว่า "กามารมณ์คือเรื่องล่อของธรรมชาติ เพื่อให้มนุษย์มีการสืบพันธุ์กัน"
    ความผูกพันระหว่างสามีภรรยาย่อมต้องสัมพันธ์ทั้งความรู้สึกที่เป็นความรัก และความสัมพันธ์ทางกายในทางกามตามครรลองของชีวิตคู่…หลายครั้งอารมณ์รักก็เข้มข้นเหน
    ือกามราคะ บางขณะความกำหนัดก็พัดโหมกระพือเสียจนเหมือนคนไร้รักต่อกัน
    ความใคร่…หากเปรียบเหมือนไฟ มนุษย์ก็ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ให้ก่อประโยชน์แก่ชีวิต เช่น เพื่อการผ่อนคลาย สร้างความอบอุ่นหล่อเลี้ยงสายสัมพันธ์ระหว่างคนรัก…เรียนรู้ที่จะป้องกัน มิให้เพลิงราคะมากเกินจนก่อความเดือดร้อนให้แก่ชีวิต…ทั้งตนเองและผู้อื่น
    ความรัก…ซึ่งเทียบกับสายน้ำ ก็ขอให้เป็นสายน้ำที่นำความฉ่ำเย็นเป็นสุขมาสู่ทุกชีวิต ได้รับกระแสแห่งสายน้ำนั้น อย่าให้เป็นน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากที่พรากสรรพสิ่งทั้งหลาย อันมีค่าไปจากชีวิตของผู้มีรักนั้น
    ทั้งความรักและความใคร่ หาใช่สิ่งดีหรือสิ่งเลว …ทุกอย่างมีคุณสมบัติในตัวมันเอง ประโยชน์หรือโทษขึ้นอยู่กับผู้ใช้…ขอเพียงใช้ให้เป็นและควบคุมมันได้ ไม่หลงกล ไม่ติดกับอยู่ในหลุมพรางที่วางไว้…เราจะเป็นนายผู้มีอำนาจเหนือกว่าแทนเป็นทาสคอยรับ
    คำบงการ… เพราะติดใน "รสชาติความเอร็ดอร่อยทางผิวหนัง" ที่เป็นเสมือนค่าจ้างราคางาม ซึ่งบางครั้ง มันก็จ้างให้เราทำร้ายผู้อื่น…แม้แต่คนที่เรารัก
    คนที่กำลังประสบปัญหาในเรื่องเพศ คือผู้กำลังเผชิญความพลาดพลั้ง จนติดกับในหลุมพรางของธรรมชาติ…ผู้พลาดพลั้งอาจหมายถึงตัวเราเองหรือคู่สมรสของเราก็
    ได้ ผู้มีปัญญาจะเห็นแผนการทั้งหมดที่วางไว้โดยธรรมชาติ…รู้เท่าทัน และช่วยกันแก้ไขสถานการณ์จนผ่านพ้น
    วัยรุ่นเป็นวัยที่เริ่มต้นรู้จักความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นแก่กายและใจทั้งสองส่วน ทั้งความรักที่มีต่อเพศตรงข้ามรวมถึงความต้องการทางเพศ…ต้องเรียนรู้ที่จะทำให้สองสิ
    ่ง นำประโยชน์สู่ชีวิตและป้องกันมิให้เกิดโทษภัยหรือความเดือดร้อน…และนั่นคือวัตถุประสงค์ของวิชา "เพศศึกษา"

    จูบบอกอะไรคุณได้บ้าง...ลองดู

    การจูบเป็นการแสดงความรักความห่วงใยกันวิธีหนึ่ง ถ้าจะจูบในที่สาธารณะ ก็ควรลดความร้อนแรงของเทคนิคการจูบลงบ้าง แต่ถ้าจูบกันในที่ส่วนตัว อันนี้ก็เต็มที่ ว่ากันตามสะดวก แต่มีใครรู้บ้าง "การจูบ" บอกบุคลิกภาพในตัวเราได้หลายอย่าง จากตัวเลือกเหล่านี้ เมื่อคิดจะจูบใครสักคน คุณมักเลือกจูบส่วนไหนของคู่รัก

    หน้าผาก เปลือกตา ปลายจมูก ใบหน้า ใบหู ริมฝีปาก ช่วงคอ

    เลือกแล้ว เชิญอ่านคำเฉลยจากนักจิตวิทยา
    หน้าผาก : อารมณ์รุนแรง ขณะเดียวกัน ก็เป็นคนรักสันติ ชอบให้อภัยคนอื่น และต้องการความนับถือจากผู้อื่นเช่นเดียวกัน มีความสามารถพิเศษในการแสดงออก มีมนุษยสัมพันธ์ดีมากคนหนึ่ง จึงสามารถมีชีวิตที่ประสบผลสำเร็จในสังคมได้ บรรดาเพื่อนรอบกายมองว่าคุณเป็นคนสุภาพ และสามารถเข้าใจพวกเขาได้เป็นอย่างดี

    เปลือกตา : คุณเป็นโรมิโอหัวดื้อที่สุด ต้องการความรักมาก สามารถสละทุกสิ่งได้เพื่อความรัก ความรักของคุณอาจแสดงออกมาในรูปแบบของความป่าเถื่อนและรุนแรง จนถึงกับกลายเป็นนักรักที่ดุร้าย ทำให้บางครั้งคนรักของคุณอาจมองว่าคุณเป็นคนเห็นแก่ตัว

    ปลายจมูก : "เซ็กซ์" ค่อนข้างเป็นสิ่งจำเป็น คุณให้ความสำคัญต่อมิตรภาพและความซื่อสัตย์ มีความปรารถนาอย่างรุนแรงในเรื่องของความรักและเซ็กซ์ เป็นคนสนุกสนาน ไม่ใช่คนอดทนพอ ที่จะพักอยู่เป็นเวลานานในที่ที่คุณปราศจากความสบาย จึงเป็นการยากที่คุณจะสร้างรากฐานที่มั่นคงในอาชีพ หรือการดำเนินชีวิต ชี้นำว่า คุณไม่สามารถเปลี่ยนงานที่คุณทำอยู่ได้ หากปราศจากเหตุผลอันหนักแน่นเพียงพอ

    ใบหน้า : ให้ความสำคัญกับสันติภาพเหนือสิ่งใด เพื่อนมีความสำคัญอย่างมาก ยินดีแบ่งปันรางวัลทั้งหมดของคุณแก่ผองเพื่อน ไม่หงุดหงิดง่ายถ้าเกิดมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย ใจดี ไม่เก็บเรื่องแย่ๆ ของคนอื่นมาครุ่นคิด จึงมีความสามารถรักษาความสัมพันธ์ด้านความรัก และความเมตตาเอาไว้ได้ยาวนาน

    ใบหู : สามารถเดาใจผู้อื่นได้อย่างแม่นยำ จึงสามารถเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีอารมณ์ชื่นชมหรือมีส่วนร่วมกับความรู้สึกและความนึกคิดของผู้อื่น เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมาย เพื่อนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดี คุณพร้อมเสียสละให้แก่ผู้อื่นอย่างง่ายดาย สามารถควบคุมอารมณ์ และการแสดงออกอันไร้เหตุผล พฤติกรรมของคุณจึงเกี่ยวพันสอดคล้องกับความรู้สึกภายในอย่างชัดเจน

    ริมฝีปาก : มีความซื่อสัตย์มาก เมื่อได้จุมพิตริมฝีปากของใคร นั่นหมายถึงการแสดงออก อย่างแน่นอนถึงความหวังของการมีรักแท้ ราวกับมีการเปล่งประกายแสง "ออรา" ของความเชื่อมั่น มีหลักเกณฑ์ทางศีลธรรมเข้มงวด

    ช่วงคอ : ไม่ฝันถึงเรื่องความรักชั่วนิจนิรันดร แม้ความรู้สึกในการเป็นเจ้าของในสิ่งต่างๆ ของคุณจะมีมากก็ตาม แต่ก็จางหายไปในชั่วเวลาหนึ่ง แม้ไม่ได้รักกันแล้ว แต่ก็มีความเห็นแก่ตัว ต้องการให้คนรักยังคงรักคุณอยู่ ไม่ใคร่มีความกระตือรือร้นมากเท่าใดนักต่อชีวิตของตนเอง ไม่มีอะไรพิเศษเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทบาททางเพศ

    เสี้ยวหนึ่งของอารมณ์รัก

    รักเธอ โดยที่ฉันรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่ได้รักฉันเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะคน ที่ทำให้ฉันรักเขาโดยปกติแล้วมักจะ เป็นคนที่รักฉันมากกว่าที่ฉันรักเขา ถ้าใครคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิตและได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแต่ด้วย
    เหตุผลใดก็ตามที่ทำให้เขาไม่ สามารถอยู่กับคุณได้... อย่าได้เสียน้ำตา แต่จงดีใจที่เราได้พบกัน และเขาทำ ให้เรามีความสุข แม้ว่ามันจะเป็นช่วง เวลาอันสั้นมากก็ตาม เพราะ...เวลาจะเป็นเครื่องชี้บ่ง...ถ้าเขาเป็นของคุณ จริง ๆ เขาจะต้องกลับมา คุณจะรู้ตัวว่าคิดถึงใครคนหนึ่งมาก ๆ ก็ตอนที่คุณคิดถึงเขาแล้วหัวใจคุณ เต้นรัวถี่ขึ้น เพียงแค่เขาเอ่ย วจีทักทายคุณด้วยความอบอุ่นในน้ำเสียง ก็จะ ทำให้ประสาทของคุณซาบซ่านผ่อนคลายลงอย่างมี ความสุขถึงกระนั้นก็ ตาม บางทีคุณก็ยังไม่รู้สึกตัวและยังชอบปฏิเสธว่า คุณไม่ได้ชอบเขา และ คุณไม่ได้รักเขา ปรอทที่จะวัดความรักในหัวใจของคุณได้ เมื่อคุณคิดถึง ใครคนหนึ่งแทบทุกขณะจิต และเมื่อคิดถึงแล้ว ทำให้คุณมีความสุขอย่าง ประหลาด อยากสละความสุขส่วนตัวให้แก่คน ๆ นั้น แม้ว่าคุณจะเจ็บปวด ก็จะทนขอเพียงแต่ว่า อยากให้เขาคนนั้นมีใจรักคุณสักนิด อย่าหันหลังให้กับความรัก ในขณะที่ความรักยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าคุณ อย่าได้ ไล่มันออกไปจากคุณ เพราะถ้าคุณทำอย่างนั้นสักวันหนึ่ง คุณจะหวนคิดขึ้น มาได้ว่า สิ่งที่คุณไล่เปิดไปนั้นแท้จริงแล้ว ครั้งหนึ่งเคยอยู่ใกล้ชิดตัวคุณนี้ เอง จงให้คุณค่าแก่คนที่รักคุณมันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ง่ายเลยในการที่จะได้พบคน ที่รักคุณจริง ๆ เพราะหัวใจที่จริงจังซื่อตรงหาไม่ได้ง่ายนัก และมีคุณค่า สูงเหลือเกิน บางครั้ง สิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุดในชีวิตไม่ใช่สิ่งที่เรา สูญเสียหรือผิดหวัง แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่เรา ไม่กล้าเสี่ยงถ้าคุณคิดว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้คุณมีความสุขมาก จงมุ่งไปหามันเพราะใน จังหวะของ ชีวิตคนเรา เรามักจะไม่ผ่านมาบนถนนสายเดิมนี้ซ้ำอีก เวลา ไม่เฝ้าคอยใคร ถ้าคุณคิด ว่าคุณได้พบกับสิ่งที่ถูกต้องและถูกใจ จงถนอม มันไว้อย่าง มีคุณค่า อย่าปล่อยให้เขาหลุดลอยไป อย่าปล่อยให้ความกลัว เข้าครอบงำและดึงเหนี่ยวคุณไว้ไม่มีใคร นอกจากคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่าอะไร จะทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง
    เมื่อถึงเวลานั้นไม่มีใครจะมาเห็นใจคนที่ปล่อยโอกาสให้หลุดผ่านไปอย่างไม่
    แยแส คนเรามักจะไม่เห็น คุณค่า ความสำคัญของคนที่เรารักและใกล้ชิด กับเรา จนกระทั่งพวกเขาได้จากเราไปแล้วถึงมารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวภาย หลังเมื่อรำลึกถึงสิ่งที่เราเคยมี
    ความรักเหมือนกับการเล่นเปียโน คุณต้องขึ้นต้นด้วยการเรียนรู้กฏหลัง นั้นคุณต้องลืมกฏเหล่านั้น เล่นดีดดิ้นกรีดกรายจากเสียงเร่าร้องของหัวใจ คุณเอง จงมีความกล้าหาญที่จะรัก แม้ว่าคุณรู้อยู่เต็ม อกว่าจะต้องสูญมัน ไปในที่สุดก็ตามดีกว่าที่คุณจะไม่พบความรัก เพราะคุณขี้ขลาดเกินกว่า
    ที่จะกล้าเผชิญกับมัน
    สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดในชีวิตคนเราคือการเสาะหาใครสักคนหนึ่งที่รู้จักความ
    บกพร่องด่างพร้อยของ เราความไม่ดีของเรา ความแตกต่างของเรา แต่ เขาก็ยังรักเราอยู่อย่างสุดจิตสุดใจ...ถ้าคุณพบคน อย่างนี้ จงรักเขาให้หมด หัวใจคุณเพราะคุณจะหาคนอย่างนี้ได้ไม่ง่ายนัก หรืออาจจะไม่พบอีกเลย ในชีวิตของคุณ...

    ข้อสังเกต 10 ประการ ส่งสัญญาณของรักแท้

    ข้อสังเกต 10 ประการ ส่งสัญญาณของรักแท้ มีนักจิตวิทยาได้ให้องค์ประกอบของรักแท้ สำหรับให้คนพิสูจน์ความรักหนนั้นของตนว่า มันเป็นรักแท้ขนานแท้รักแท้แบบปลอมปน หรือรักที่ปลอมสนิท

    1.ต้องมีความรู้สึกได้สัมผัส กับความสุขร่วมกับคนๆ นั้น เมื่ออยู่ด้วยกันก็จะมีความสุขมาก ไม่เคยเบื่อที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ และเมื่อยามที่เขาห่างไกลไม่ได้เห็นหน้า ก็จะรู้สึกเหงาๆ และคิดถึง ไม่ใช่พอเขาหันหลังให้ ยังเห็นชายเสื้อแว้บๆ ก็แทบจะตีปีกโลดเต้นดีใจ

    2.ต้องให้ความเคารพนับถือคนๆนั้น ถ้าจะรักใครสักคน แล้วตั้งหน้าดูถูกไม่เคยให้ความเคารพ ในความเป็นเขา แล้วคนอื่นๆจะเคารพคนๆนั้น ของเราได้อย่างไรและเราจะภูมิใจหรือ กับการที่ได้รักใคร่กับคนที่ใครๆเขาดูถูก

    3. ต้องรู้สึกว่าคนๆนั้นเป็นที่พึ่งได้ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในชีวิต ก็มั่นใจว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเพื่อคอยช่วยเหลือ ไม่ใช่ว่าเรากำลังจะตกตึกอยู่รอมร่อ ก็ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉุด

    4.ต้องเชื่อมั่นว่าถ้ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน สัมพันธภาพก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ถ้ารู้จักอภัยกันมันก็อยู่กันทนไม่ใช่ผิดหนเดียวก็ถีบส่ง

    5. ต้องเข้าถึงความต้องการอารมณ์ และความรู้สึกของคนๆ นั้นอย่างถ้ารู้ว่าชอบจะอยู่คนเดียวตามลำพังบ้าง ก็ควรเปิดโอกาสได้อยู่กับตัวเอง ด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่เปิดโอกาสอย่างกระเง้ากระงอด

    6.ต้องมีความรู้สึกต้องตาต้องใจในสรีระของคนๆ นั้น ไม่ว่าจะต้องเสน่ห์ในความเป็นหญิงกำยำ หรือในความล้านจนขึ้นเงาวับบนหัวเขา มันก็มีส่วนในความรักเหมือนกัน

    7.ต้องรู้สึกว่าเรา สามารถจะพูดคุยกับคนๆนั้นได้ทุกเรื่องอย่างเปิดอก สามารถที่จะขุดความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจ ขึ้นมาพูดได้ ไม่ใช่ต้องปิดบังความรู้สึกส่วนนั้นไว้
    เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกมาแล้ว เราจะอับอายหรือไม่ก็กลัวว่าเขาได้ยิน แล้วจะผงะหงายแล้วเดินหายไปจากชีวิต

    8. ต้องรู้สึกว่าคนๆนั้นเป็นของมีค่าในมือ ถ้าไม่มีเขาสักคน ชีวิตของเราก็สูญของมีค่าไป

    9. ต้องรู้สึกเต็มใจที่มีส่วนร่วมกับคนๆ นั้นในหลายๆด้าน เป็นต้นว่าความคิดอารมณ์ และเวลาแต่ไม่ใช่ร่วมกับเขาไปหมด จนเขาไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง

    10. ต้องรู้สึกอยากมีส่วนร่วมอยากรับฟังทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดี หรือเป็นสิ่งที่ทุกข์ ที่เรียกว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะคนที่ต้องการแต่จะร่วมสุข นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้มีรักแท้กับคนๆนั้น

    ถ้ามีครบทุกข้อดังที่กล่าวมา ให้ถือว่ากำลังมีรักแท้โดยสมบูรณ์ แต่ถ้าขาดไปสักข้อสองข้อ ก็ให้โมเมว่ายังเป็นรักแท้อยู่

    แต่ถ้ามีเพียงหนึ่งหรือสอง ข้อในจำนวนทั้งหมดที่กล่าวมา ก็จงอย่าพยายามหลอกตัวเองว่า รักนี้เป็นรักแท้

    เพราะไม่เช่นนั้นทั้งสิบคน ที่คบอยู่จะเป็นรักแท้ไปหมด

    ฉันเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ บนโลกนี้

    ฉันอาจไม่ใช่ใครที่เธอใช้ทั้งหัวใจค้นหา
    ฉันอาจไม่ใช่ดวงดาวบนฟ้าที่เธอแหงนมองดูได้
    ฉันเป็นเพียงแสงเล็ก ๆ จากก้านไม้ขีดไฟ
    แต่จะหลอมเป็นแสงสว่างสุดท้ายให้เพียงเธอ

    ฉันอาจไม่ได้เป็นดอกกุหลาบต้องตาใครต่อใคร
    ฉันเป็นเพียงดอกไม้ที่พลิ้วไหวให้เธอยิ้มได้เสมอ
    ดอกไม้ไม่มีชื่อในโลกที่ไม่มีใครได้พบเจอ
    แต่จะเป็นดอกไม้เดียวที่บานในใจเธอตลอดไป

    ฉันอาจไม่ใช่สายฝนโปรย
    ฉันเป็นเพียงหยดน้ำที่โบกโบยความอ่อนล้าให้เธอได้
    หากแม้เป็นหยดน้ำตา จะหลั่งรินมาให้เธอสบายใจ
    รอเวลาเหือดแห้งไป ให้เธอพบวันคืนที่สดใสแสนดี

    ฉันอาจไม่ใช่สายลม
    แต่ฉันเป็นอณูความห่วงใย ที่เพาะบ่ม ทุกลมหายใจนับจากนี้
    ในหัวใจที่ว่างเปล่า...เธออาจไม่มีฉันแล้วก็ตามที
    แต่ขอให้รับรู้เถอะคนดี...ทุกความรู้สึกที่ฉันมีจะไม่เปลี่ยนไป

    ฉันเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ บนโลกนี้
    ไม่ขอเป็นอะไรที่มากมี และยิ่งใหญ่
    แม้เธอเห็นฉันเป็นเพียงภาพฝันไร้ตัวตนบนความห่างไกล
    ก็ลืมเถอะเธอ...ลืมฉันให้หมดใจ ...ฉันไม่เคยเสียใจที่รักเธอ...

    ฉันเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ บนโลกนี้

    ฉันอาจไม่ใช่ใครที่เธอใช้ทั้งหัวใจค้นหา
    ฉันอาจไม่ใช่ดวงดาวบนฟ้าที่เธอแหงนมองดูได้
    ฉันเป็นเพียงแสงเล็ก ๆ จากก้านไม้ขีดไฟ
    แต่จะหลอมเป็นแสงสว่างสุดท้ายให้เพียงเธอ

    ฉันอาจไม่ได้เป็นดอกกุหลาบต้องตาใครต่อใคร
    ฉันเป็นเพียงดอกไม้ที่พลิ้วไหวให้เธอยิ้มได้เสมอ
    ดอกไม้ไม่มีชื่อในโลกที่ไม่มีใครได้พบเจอ
    แต่จะเป็นดอกไม้เดียวที่บานในใจเธอตลอดไป

    ฉันอาจไม่ใช่สายฝนโปรย
    ฉันเป็นเพียงหยดน้ำที่โบกโบยความอ่อนล้าให้เธอได้
    หากแม้เป็นหยดน้ำตา จะหลั่งรินมาให้เธอสบายใจ
    รอเวลาเหือดแห้งไป ให้เธอพบวันคืนที่สดใสแสนดี

    ฉันอาจไม่ใช่สายลม
    แต่ฉันเป็นอณูความห่วงใย ที่เพาะบ่ม ทุกลมหายใจนับจากนี้
    ในหัวใจที่ว่างเปล่า...เธออาจไม่มีฉันแล้วก็ตามที
    แต่ขอให้รับรู้เถอะคนดี...ทุกความรู้สึกที่ฉันมีจะไม่เปลี่ยนไป

    ฉันเป็นเพียงสิ่งเล็ก ๆ บนโลกนี้
    ไม่ขอเป็นอะไรที่มากมี และยิ่งใหญ่
    แม้เธอเห็นฉันเป็นเพียงภาพฝันไร้ตัวตนบนความห่างไกล
    ก็ลืมเถอะเธอ...ลืมฉันให้หมดใจ ...ฉันไม่เคยเสียใจที่รักเธอ...

    April 12

    ไม่เคยไม่รักคุณ

    บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน

    ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม?

    ช. :: ไม่เคย

    ญ. :: คุณชอบฉันไหม?

    ช. :: ไม่

    ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม?

    ช. :: ไม่

    ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป?

    ช. :: ไม่

    ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม?

    ช. :: ไม่

    ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม?

    ช. :: ไม่ได้

    ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง 'ชีวิตคุณ' กับ 'ชีวิตฉัน'?

    ช. :: ชีวิตฉัน

    หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก เธอหันหลังวิ่งหนีจาก

    ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ แต่เขาก็วิ่ง

    ตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า.... ...

    " เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ

    เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ

    เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ

    เพราะฉันรักเธอ

    เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ

    เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ

    เหตูผลที่ฉันไม่ร้องให้ ถ้าเธอจากไป

    เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น ถ้าไม่มีเธอ

    เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ

    เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ

    เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้

    เพราะฉันยินดี และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง

    และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน

    เพราะ เธอคือชีวิตฉัน "

    -----------^^

    นี่ก็ใกล้จะถึงวันวาเลนไทน์แล้ว

    คูณผู้หญิงทั้งหลายควรฟังเหตูผลของ

    คุณผู้ชายก่อนที่จะด่วนสรุปอะไร

    ส่วนคุณผู้ชายเองก็ควรงดกวนประสาท

    คุณผู้หญิงสักวัน รับรองว่า

    พวกคุณจะมีความสุขกันถ้วนหน้า

    ในวันแห่งความรักที่จะถึงนี้...

    ที่สุดแห่งความสุข

    เค้าว่ากันว่า......
    ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....
    การตกหลุมรักใครสักคน
    การได้จูบครั้งแรก
    การได้หัวเราะจนท้องแข็ง
    การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง
    การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม
    การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ
    การได้นอนฟังเสียงฝนตก
    เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น
    การสอบเสร็จ
    การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก
    การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว
    การได้ยิ้มกับใครสักคน
    การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก
    การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล
    การถูกชมอย่างกะทันหัน
    การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ
    การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา
    การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม
    การมีเพื่อนใหม่
    การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น
    การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ
    การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข
    การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่
    การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย
    การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้
    การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ
    ที่สุดคือ…การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก

    April 06

    D2B<Biography>BIG

    ชื่อจริง ปาณรวัฐ [อภิเชษฐ์ ] กิตติกรเจริญ
    ชื่อเล่น บิ๊ก [ BIG]
    วันเกิด วันพฤหัสบดี ที่ 2 ธันวาคม 2525 ปีจอ
    ราศี พิจิก
    พี่น้อง เป็นลูกคนเดียว
    เชื้อชาติ ไทย
    ศาสนา พุทธ
    ส่วนสูง/ น้ำหนัก 180 เซนติเมตร / 61 กิโลกรัม
    กรุ๊ปเลือด  
    การศึกษา : ป.1 - ป.6  

    ม.1 - ม.3 :

    โรงเรียนอัสสัมชัญสำโรง
    ม.4 - ม.6 โรงเรียนเพ็ญสมิทธ
    มหาวิทยาลัย ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ (สาขาภาพยนตร์)

    นิสัยส่วนตัว
    ร่าเริง ตลก ไม่เรื่องมาก ใจดี ไม่ค่อยโกรธใคร แต่ถ้าโกรธใครก็นาน
    อนาคต อยากมีฟาร์มโคนมของตัวเอง , ผู้กำกับ หรือเขียนบท
    บุคคลที่ศรัทธา พ่อ และ แม ่
    เพื่อนสนิท พี่บีม , แดน
    ฉายาสุดแสบ ชินจัง
    สไตล์การแต่งตัว ง่ายๆ
    ความสามารถพิเศษ เล่นกีต้าร์ , ควงพลองไฟ , ฟันดาบ
    งานอดิเรก ดูหนัง , เล่นกีตาร์ , ร้องเพลง
    ของสะสม พรีเมี่ยมหนัง , หนังสือการ์ตูน ใบปิดหนัง , โปสเตอร์หนัง
    โรคประจำตัว แพ้อาหารทะเล (ปู และ กุ้ง)
    ส่วนที่ตัวเองชอบมากที่สุด ตา
    แผลเป็น โคนขาขวาเป็นแผลไฟไหม้
    กีฬาที่ชอบ บาสเกตบอล , ฟุตบอล
    อาหารจานโปรด ข้าวมันไก่ , ข้าวผัดหมูไข่ดาว
    สเป็คผู้หญิงที่ชอบ ผมยาว , ขาว , นอกนั้นแล้วแต่โอกาสที่เจอ
    ที่อยู่ปัจจุบัน 970 ม.6 ซ.น้ำผึ้ง ถ.เทพารักษ์ จ.สมุทรปราการ 10270

     
     
     
     
    ผลงานที่ผ่านมา ถ่ายโฆษณา SWENSEN, PEPSI, ถ่ายแบบ

    ผลงานปี 2544
     
    23 ธันวาคม 2543 เข้า บริษัท อาร์.เอส.โปรโมชั่น จำกัด (มหาชน)
    10 ธันวาคม 2544 Scoop เปิดตัว D2B ครั้งแรก
    4 กุมภาพันธ์ 2544 Screen test ที่ อิมพิเรียล สำโรง
    26 พฤศจิกายน 2544 T - Ser อัลบั้ม D2B
    19 ธันวาคม 2544 วางแผง อัลบั้ม D2B
    20 ธันวาคม 2544 แถลงข่าวเปิดตัว อัลบั้ม D2B

    ผลงานปี 2545
     
    กุมภาพันธ์ 2545 D2B SPECIAL FRIENDS KARAOKE
    เมษายน 2545 อัลบั้ม D2B SUMMER
    20 เมษายน 2545 D2B SUMMER LIVE IN CONCERT
    ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
    พฤษภาคม 2545 อัลบั้ม D2B SUMMER TRIP KARAOKE
    มิถุนายน 2545 MARATHON DANCE EXPO CONCERT
    ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
    13 กรกฎาคม 2545 D2B GOODTIME THANKS CONCERT FOR FRIENDS
    ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก
    กรกฎาคม 2545 คว้ารางวัล นักร้องกลุ่มยอดนิยม TOP AWARDS 2002
    ของนิตยสาร ทีวีพูล
      รับรางวัล พระพิฆเนศทอง พระราชทานประจำปี 2545
    สาขา นักร้องกลุ่มยอดเยี่ยม
    สิงหาคม 2545 มหกรรมคอนเสิร์ต ถูกใจคนไทยร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย
    ณ สนามหลวง
    12 ตุลาคม 2545 ออนฺแอร์ ละครเรื่อง “วัยร้ายเฟรชชี่”
    ตุลาคม 2545 วางแผง VCD D2B PRIVATE LIFE

    ผลงานปี 2546
     

    มกราคม 2546

    คว้ารางวัลศิลปินยอดนิยมจาก MTV ASIA AWARDS 2003
    ที่ ประเทศสิงคโปร์

    4 กุมภาพันธ์ 2546 ปิดกล้องภาพยนตร์ เรื่อง "สังหรณ์"
    5 มีนาคม 2546 T - Ser อัลบั้ม D2B TypeII
    19 มีนาคม 2546 MV เพลง “จะโกหกกันไปถึงไหน” อัลบั้ม D2B TypeII
    25 มีนาคม 2546 แถลงข่าวเปิดอัลบั้ม D2B TypeII
    27 มีนาคม 2546 วางแผง อัลบั้ม D2B TypeII
    1 เมษายน 2546 แถลงข่าวภาพยนตร์ เรื่อง "สังหรณ์" ที่เมเจอร์รัชโยธิน
    9 พฤษภาคม 2546 เปิด เปิดตัวหนังสือ D2B THE DEFINITE COLLECTIVE PHOTOGRAPHY ALBUM
    18 พฤษภาคม 2546 D2B THE MIRACLE CONCERT ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก
    พฤษภาคม 2546 รับรางวัลศิลปินไทยกลุ่มยอดนิยม จาก Chanal V Thailand 2003
    พฤษภาคม - มิถุนายน  2546 Genie Gang & D2B Live in Concert
    สงขลา , เชียงใหม่ , อุดรธานี
    22 กรกฎาคม 2546 เวลาประมาณ 5 ทุ่ม ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ
    6 สิงหาคม 2546 ผ่าตัดสมองครั้งแรก ที่ รพ.วิชัยยุทธ

    ปี 2547
     
    5 สิงหาคม 2547 กลับมาพักฟื้นที่บ้าน ”กิตติกรเจริญ”

    ปัจจุบัน

    กำลังรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ”กิตติกรเจริญ” โดยมีอาการดีขึ้นตามลำดับ